หลังจากนั้น E ก็เริ่มมาเชียร์เรา ในการแข่งขันโต้วาที ทุกรอบ ยิ่งเราเข้ารอบไปลึกเท่าไหร่ E ก็จะมาเชียร์มากขึ้นเท่านั้น
ช่วงนั้นยอมรับว่า เริ่มแอบปลื้ม E มากขึ้นจริงๆ ก็ในชีวิตของยัยต้มจืด ยังไม่เคยมีใคร มาเป็นแฟนคลับขนาดนี้ ก็ต้องปลื้มปริ่มเป็นธรรมดาใช่ป๊ะ
จนกระทั่ง รอบ 8 ทีมสุดท้าย เราต้องพ่ายให้กับคณะบัญชี ถึงได้ลาวงการโต้วาทีไป แต่เรื่องก็ยังไม่จบ เพราะ E ได้ชวนเรา ให้ สมัครเป็นสมาชิกชมรมวาทศิลป์
แหม ผู้ชายที่แอบปลื้ม ชวนไปสมัครชมรมเดียวกันขนาดนี้ ก็ต้องรีบหรือเปล่าคะ
หลังจากนั้นทุกๆเย็น หลังเลิกเรียน เราจะขึ้นไปนั่งเล่นที่ชมรม แล้วก็เจอกับ E ที่เล่นเกมในคอมชมรมทุกครั้งไป
โชคยังดี พี่รุ่นพี่ในชมรม พอเห็นแวว จึงได้ทาบทาม ให้เป็นพิธีกร ในการแข่งขันโต้วาทีรอบชิงชนะเลิศ และได้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย ในการแข่งขันโต้วาที กับมหาวิทยาลัยแห่งอื่นด้วย
ซึ่งทุกๆครั้ง E ก็จะมาเป็นกำลังใจให้เรา แม้ว่าจะนั่งรถตู้ไปต่างมหาวิทยาลัย เขาก็จะติดตามไปเชียร์ด้วย
ช่วงนั้นโลกเป็นสีชมพูมากๆ เราคุยกับ E ทุกวัน แม้ในสมัยนั้น โทรศัพท์มือถือ จะเป็นสิ่งที่แพงมาก แต่ไม่เป็นไร โทรศัพท์หอยังมี นางก็คุยแบบไม่ย่นยอเลยจ้า ดึกดื่นเที่ยงคืน ตี 1 ตี 2 ก็คุยกันทุกวัน
กลับบ้านชั้นก็พยายามหาทางกลับเส้นเดียวกันทุกวัน โดนรุ่นพี่ในชมรมแซว และความหายนะก็เริ่มบังเกิดขึ้น อีกแล้ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น