วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2560

เรื่องเล่ายัยต้มจืด 8 เชิ้ต





ฉันเฝ้ารอ E จนกระทั่งขึ้นปี 2

ฉันได้ย้ายหอพักไปอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยมากขึ้น

ที่นั่นเราได้พบน้อง D เด็กอีสานที่มาอาศัยอยู่ในหอเดียวกัน

น้อง D เข้าเรียนผู้ช่วยทันตแพทย์ในกรุงเทพ
ฉันกับน้องค่อนข้างสนิทกัน เพราะน้องเป็นคนตลก คุยง่าย ไม่เรื่องมาก จึงเข้ากันได้ดี

มีอะไรฉันก็จะซื้อของมาฝากน้อง หรือแนะนำวิธีการอ่านหนังสือ

ฉันเริ่มทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัย  และไปอยู่ห้องสมุดมากขึ้น

เพราะหวังใจว่า...การทำกิจกรรม และการตั้งใจเรียนจะช่วยทำให้เราลืมเรื่อง E ได้บ้าง

แต่มันไม่ช่วยเลย...

เพราะทุกครั้งที่เราอยู่คนเดียว
ก็ยังคิดถึงเขาอยู่ดี

คิดถึง...ทั้งๆที่ E หายไปจากชีวิตนานแล้ว
คิดถึง...ช่วงเวลาที่เคยคุยกัน

ทำไมฝังใจอย่างนี้นะ?

วันหนึ่ง น้อง D  ขอร้องให้เราช่วยรีดเสื้อเชิ้ตผู้ชายสองสามตัว เราก็งง

ยัยต้ม : ฮันแน่เดี๋ยวนี้แอบคบผู้ชายนะ มีการเอาเสื้อมารีดให้เขาด้วย

น้อง D : เปล่าเลยพี่ นี่มันเสื้อพี่ชายหนู

ยัยต้ม : พี่เรียนรึทำงานล่ะ

น้อง D : พี่หนูมันเรียนคณะทันตแพทย์ แล้วทีนี้มันซักผ้าไม่ทัน เลยให้หนูช่วยซัก ช่วยรีดให้ทันสอบเช้านี้

ยัยต้ม : เฮ้ยได้ไง จะทำไรก็ต้องรู้จักวางแผนดิ มาใช้น้องให้รีดเสื้อให้อย่างนี้เนี่ยนะ มันไม่ถูกป่ะ

แล้วต่อมเผือกของอิฉันก็เริ่มทำงาน

อยากเห็นหน้านักว่าไอ้คนที่ไม่รับผิดชอบเนี่ย
หน้าตามันจะเป็นยังไง
จึงอาสาไปส่งเสื้อกับน้อง...

เรื่องเล่ายัยต้มจืด 7 เฝ้ารอ



หลังจากนั้น เรากับ E  คุยกันน้อยลง
เพราะเขาเข้าใจผิด คิดว่าเราเป็นผู้หญิงช่างเม้าท์

แม้ว่าเราพยายามจะโทรศัพท์ไปง้อเขาก็ไม่ยอมคุยด้วย
ไปที่ชมรม ก็ไม่เจอเขาอีก

ไปนั่งรอที่คณะ ก็ไม่เจอ

ถามถึงเพื่อนเขา บอกว่าไม่รู้

เรียกว่าหาเขาทุกที่ ที่น่าจะไป...

นานวันเข้า...
มันเป็นความทรมาน
ความคิดถึงที่ไม่ได้พบ

ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน

ถามรุ่นพี่ก็บอกว่า E ไม่ขึ้นชมรมมาหลายเดือนแล้ว
และรุ่นพี่ก็ให้กำลังใจเรา
"เอาเถอะน่า สู้ๆ รักแท้มันก็มีอุปสรรคแบบนี้แหละ"

ตอนนั้นก็เริ่มคิดนะ
"เข้าใจผิดครั้งเดียวให้อภัยไม่ได้เลยเหรอ"

รึว่าชั้นมันไม่สวย ไม่น่ารักเหมือนผู้หญิงคนอื่นเค้า?

รึว่าเขาให้ความหวัง แต่พบคนที่ชอบใจกว่าจึงจากไป

บอกเลยว่า มโนมาก เพื่อนสนิทกี่คน ชั้นก็ถามหมด
เรารอ E กลับมา จนถึงปี 2




วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2560

เรื่องเล่ายัยต้มจืด 6 ยิ่งช่วย ยิ่งเละ



เคยได้ยินไหม ยิ่งช่วยก็ยิ่งเละ

วลีนี้ เข้ากับความรักของฉันกับ E ได้เป็นอย่างดี เพราะรุ่นพี่ที่ปรึกษา ได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษารุ่นพี่คนอื่นในชมรม และอยากให้น้องทั้งสองคนได้ลงเอยกันเสียที

ในค่ายชมรมตอนปีใหม่ พี่ๆ set ฐานกิจกรรมช่วงกลางคืน ให้ชายหญิง ผูกแขนคู่กัน ช่วยกันเดินไปในที่มืด และหาของปริศนาของแต่ละห้องมาให้ครบ ถ้าทำได้ ถือว่า "ผ่าน"

ตอนแรกฉันต้องคู่กับอีกคนนึง แต่อยู่ดีๆ พิธีกร กลับแซวว่า
"โถๆ ชิซูกะ อย่างน้องน่ะ ต้องให้โนบิตะมาช่วย อ่ะฮิ้วววว"
แล้วก็แซวกันทั้งค่าย

E ถูกจับผูกแขนให้คู่กับฉัน (ถามว่าตื่นเต้นมั้ย บอกเลยว่า มาาาก)

เขาพาฉันเข้าห้องนั้น ออกห้องนี้ ที่มีพวกพี่ๆ ปลอมเป็นผี ออกมาทายปริศนา แต่ที่พีคที่สุด คือ ห้องหาลูกอม

ด่านนี้ให้เราหาลูกอมบนเตียง มืดก็มืด เราสองคนก็ ช่วยกันคลำหาลูกอม พอเจอปุ๊บ เราก็ลงจากเตียง จะลุกไปอีกห้องนึง เหมือนมีใครมาจับขา  แล้วเจ้าของมือที่ผมดำยาว ชุดสีขาว ค่อยๆคลานออกมาจากใต้เตียง เราก็ร้องลั่น E เห็นดังนั้นก็ร้องด่าไปว่า

E : เชี่ย แม่งเล่นไรวะ

"โครม"

ผีจูออนตัวนั้นถูก E ถีบ อัดใต้เตียง



แล้วเราสองคนก็วิ่งหนีออกจากห้องไป

เมื่อสรุปฐานในคืนนั้น รุ่นพี่บอกว่า มีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งบาดเจ็บ เพราะถูกถีบติดเตียง แต่ตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าใครถีบรุ่นพี่ ดังนั้น จึงคาดโทษให้ทั้งรุ่นไม่ผ่านไปก่อน จนกว่าจะมีคนออกมายอมรับว่าถีบรุ่นพี่

รุ่งเช้า กลุ่มน้องผู้หญิงจับกลุ่มคุยกันว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น

รุ่นน้อง 1 : มีผีใต้เตียงด้วยเหรอ เราไม่เห็นเจอเลย อย่างมากก็มีผีกุมารบนเตียงนี่นา
รุ่นน้อง 2 : นั่นน่ะสิ ฐานหาลูกอมบนเตียง พี่ผีกุมารยังแย่งลูกอมกับเราอยู่เลย

เราเห็นท่าไม่ดี จึงยอมรับไปว่า คู่เราเองที่ถีบผีจูออนใต้เตียง  แต่ไม่รู้จริงๆว่าจะเล่นผีใต้เตียงกันแบบนี้ นี่ก็เสี่ยงมากนะ ที่จะโดนถีบ เพื่อนๆหัวเราะกันใหญ่

ความซวยก็มาอีกแล้วจ้าา ในระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้น E ได้ยินเข้า จึงตะโกนออกมาว่า

E : นินทาคนมันสนุกมากรึไงวะ

-เงียบ แยกวง-

เรื่องเล่ายายต้มจืด 5 หมอกจางหาย


ความหวานชื่นที่มี โลกสีชมพูแห่งความรัก บางทีมันก็เหมือนหมอกในยามเช้า ที่แสงแดดมา ก็จางหาย

ฉันกับ E สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งรุ่นพี่ในชมรมสังเกต เห็นพฤติกรรมของเรา

ในวันลอยกระทง ชมรมของเราออกบูธขายน้ำ ในฐานะเด็กปี 1 ก็ต้องไปช่วยรุ่นพี่ แล้วความมันก็มาแตกตอนที่ถ่ายภาพรวม เรานั่งอยู่แถวหน้าเพราะเป็นผู้หญิงตัวเล็ก
ส่วน E อยู่แถวสุดท้าย แต่เวลาถ่ายภาพมา สายตาของ E กลับมองมาที่ฉันอยู่คนเดียว ทำให้รุ่นพี่เริ่มแซว

แต่นั่นยังไม่แย่เท่ากับการที่ E เริ่มทำตัวเหินห่าง ไม่คุยด้วยเวลาอยู่ในชมรม แต่เวลาโทรไปหาที่บ้าน กลับพูดคุยเป็นปกติ

ฉันจึงปรึกษารุ่นพี่ที่สนิทกับ E ว่าเขาเป็นอะไร ทำไมถึงไม่ค่อยคุยกับเราเลย

ฉัน : พี่คะ E เป็นอะไร
รุ่นพี่ : เฮ่ย E มันอายไง มันไม่ชอบเปิดเผยความรักกับใคร
ฉัน : นี่สรุปว่า E เค้าชอบหนูมั้ยคะพี่
รุ่นพี่ :  ชั้นมองออกว่า E น่ะชอบเธอ เพราะเวลาที่รุ่นพี่คนอื่น แซวน้อง ต่อหน้าทุกคน E จะคอยออกหน้าปกป้องตลอด เออน่ะ เดี๋ยวพี่ไปสืบมาให้


ตอนนั้นบอกตรงๆ เลยว่าใจตุ้มๆต่อมๆมาก เพราะกลัวว่า ที่เขาทำดีกับเรา  ที่ผ่านมาทั้งหมดมันก็แค่ความเป็นเพื่อน ส่วนเรา "มโน" คิดไปเองคนเดียว


เรื่องเล่ายัยต้มจืด 4 เหมือนมีเงาติดตามไปทุกที่

หลังจากนั้น E ก็เริ่มมาเชียร์เรา ในการแข่งขันโต้วาที ทุกรอบ ยิ่งเราเข้ารอบไปลึกเท่าไหร่ E ก็จะมาเชียร์มากขึ้นเท่านั้น

ช่วงนั้นยอมรับว่า เริ่มแอบปลื้ม E มากขึ้นจริงๆ ก็ในชีวิตของยัยต้มจืด ยังไม่เคยมีใคร มาเป็นแฟนคลับขนาดนี้ ก็ต้องปลื้มปริ่มเป็นธรรมดาใช่ป๊ะ

จนกระทั่ง รอบ 8 ทีมสุดท้าย เราต้องพ่ายให้กับคณะบัญชี ถึงได้ลาวงการโต้วาทีไป แต่เรื่องก็ยังไม่จบ เพราะ E ได้ชวนเรา ให้ สมัครเป็นสมาชิกชมรมวาทศิลป์

แหม ผู้ชายที่แอบปลื้ม ชวนไปสมัครชมรมเดียวกันขนาดนี้ ก็ต้องรีบหรือเปล่าคะ

หลังจากนั้นทุกๆเย็น หลังเลิกเรียน เราจะขึ้นไปนั่งเล่นที่ชมรม แล้วก็เจอกับ E ที่เล่นเกมในคอมชมรมทุกครั้งไป

โชคยังดี พี่รุ่นพี่ในชมรม พอเห็นแวว จึงได้ทาบทาม ให้เป็นพิธีกร ในการแข่งขันโต้วาทีรอบชิงชนะเลิศ และได้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย ในการแข่งขันโต้วาที กับมหาวิทยาลัยแห่งอื่นด้วย

ซึ่งทุกๆครั้ง E ก็จะมาเป็นกำลังใจให้เรา แม้ว่าจะนั่งรถตู้ไปต่างมหาวิทยาลัย เขาก็จะติดตามไปเชียร์ด้วย

ช่วงนั้นโลกเป็นสีชมพูมากๆ เราคุยกับ E ทุกวัน แม้ในสมัยนั้น โทรศัพท์มือถือ จะเป็นสิ่งที่แพงมาก แต่ไม่เป็นไร โทรศัพท์หอยังมี นางก็คุยแบบไม่ย่นยอเลยจ้า ดึกดื่นเที่ยงคืน ตี 1 ตี 2 ก็คุยกันทุกวัน

กลับบ้านชั้นก็พยายามหาทางกลับเส้นเดียวกันทุกวัน โดนรุ่นพี่ในชมรมแซว และความหายนะก็เริ่มบังเกิดขึ้น อีกแล้ว

เรื่องเล่ายัยต้มจืด 3 ไหว้ครู คู่กับหนุ่ม E


พอดีฉันได้มีโอกาสไปถือพานเจิม คู่กับพานคัมภีร์ (นึกถึงวันไหว้ครูมันก็ต้องมีพิธีเจิมหนังสือไรงี้) และทำให้ฉันได้เจอกับ E

E  เป็นคู่ถือพานกับเรา รูปร่างผอมสูง ใส่แว่นตากลมๆเหมือนโนบิตะ นิสัยเหมือนเด็กเนิร์ดๆ คนหนึ่ง ก็แต่มีความเท่แบบโอปป้า อยู่ภายใน (จริงๆก็จัดว่าหน้าตาดีเลยแหละน้าา)

ในวันซ้อมถือพาน E ก็มานั่งข้างๆเรา แต่ไม่ค่อยพูด
ก็เลยชวนคุย ถึงได้รู้ว่า E อยู่ชมรมวาทศิลป์ (บุคลิกโคตรขัดแย้งกับความเงียบของมันเลย)

E เล่าว่าทางมหาวิทยาลัยจะจัดโต้วาทีประเพณีน้องใหม่ขึ้น เพื่อเลือกเฟ้นตัวแทนมหาวิทยาลัย ในการโต้วาทีกับสถาบันอื่น

ด้วยความที่เราสนใจการพูดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยลงสมัครเป็นนักโต้วาทีตัวแทนคณะ (ได้เป็นหัวหน้าทีมด้วยนะเออ เอาสิ)

มีอยู่ match นึง เราต้องแข่งขันกับคณะของ E ซึ่งตามปกติ E เขาต้องเชียร์คณะตนเองอยู่แล้วป๊ะ

แต่นายนี่มาแปลก นั่งเป็นแกะดำ เชียร์คณะเราซึ่งเป็นคู่แข่งอยู่คนเดียวเลยจ้าา เวลาคณะของ E พูดอะไรไม่เข้าท่า E จะโห่บ้าง หรือคณะเราพูดโดนใจ E จะปรบมือคนเดียว

(จำสายตาที่เพื่อนฝูงในคณะ E แล้วก็ขำ เพื่อนในคณะมอง ประมาณว่าไอ้นี่บ้าปล่าววะ มาเชียร์คู่แข่ง เพื่อ???)

นั่นแหละ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คิดว่า E คิดไรมากกว่าเพื่อนป๊ะเนี่ย???

เรื่องเล่ายัยต้มจืด 2 แห้ว




หลังจากที่ TM ได้แซวหนุ่มข้างบ้านว่า "ไวไฟนะเนี่ย เพิ่งร่อนจม.ไปไม่กี่ฉบับ ริอาจส่งช่อดอกไม้มาจีบนางแล้วรึ ใจป๋าว่ะ"

ไอ้หนุ่มคนนั้นก็เหวอแดก งงเป็นไก่ตาแตก ดอกไม้อะไร เขาไม่รู้เรื่อง

จึงเขียนจม.ฉบับนึงประมาณว่า
"เธอคงมีคนที่หมายปองอยู่มากมาย และเขาคงใจป้ำน่าดู ขนาดซื้อดอกไม้มาให้ขนาดนี้ ขอให้เธอโชคดีนะ ตอนนี้เราจะย้ายบ้าน และไปเรียนต่อที่กรุงเทพ อาจไม่ได้เจอกันอีก โชคดีนะ ลาก่อน"

อ่านจบ ฉันกรีดร้อง ไม่นะ ไม่!!! ความรักครั้งแรกมันจะจบแบบนี้ไม่ได้

จบ!!! ตั้งแต่ยังไม่ทันได้จีบ เล้ย...

เอ้อ เอาเหอะ ถ้าเขาใจเสาะ ไม่ต่อสู้เพื่อความรักของตัวเองขนาดนั้น  คงต้องปล่อยไป

พอฉันขึ้นม.6 ก็ต้องเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย และในที่สุดก็ได้เข้ามหาวิทยาลัยที่ชอบ "ลงกลอน" แน่นหนา ใครๆก็เข้าผ่านได้ยากส์ มาก

แล้วในมหาวิทยาลัยแห่งใหม่นี้ ชั้นจะได้เจอใครให้หัวใจเต้นแรงได้อีกไหมหนอ

เรื่องเล่ายัยต้มจืด 1 ดอกไม้ช่อหนึ่ง




เรื่องจริงของฉัน ยัยต้มจืดคนหนึ่ง
ที่เมื่อก่อนเคยเป็นอาจุมม่า ดูแลตัวเองไม่เป็นเลย แต่เดี๋ยวนี้เป็นต้มแซ่บเปรี้ยวซ่า (แต่ก่อนจืดจริงๆนะ อ่านไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็รู้เองแหละ)


สาเหตุที่จืดน่ะเหรอ เพราะไม่ค่อยได้อยู่กับแม่ ทำให้ไม่รู้ว่า ผู้หญิงจริงๆน่ะ มันเป็นกันยังไง ต้องดูแลตัวเองขนาดไหนรึ

ฉันเป็นคนต่างจังหวัด แม่ เป็นผู้หญิงที่ขยันมาก ชอบหางานนอกบ้านทำตลอดเวลา เรียกได้ว่า อยู่บ้านไม่เป็น ส่วนฉันน่ะหรอ คือ นางแจ๋วทำความสะอาดในบ้านจ้า

เรื่องความรักของยัยต้มจืด ไม่ต้องถาม เพราะมันไม่รู้จัก ไม่มีชายใดมาแผ้วพาน แม้ชายตามองยังมิมี ก็เพราะมันจืดมากไง...

แต่ครั้งนึงเหมือนถูกหวย เพราะดั้นนน ใส่กางเกงขาสั้น ปั่นจักรยานไปหาเพื่อนสนิทแถวบ้าน แม้ชั้นจะจืด แต่ขาชั้นก็ขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะนะจ๊ะ คงจะไปถูกตาต้องพระทัย ไอ้หนุ่มข้างบ้านเพื่อนรึอย่างไรมิทราบ ตอนนั้นมันรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านไง เห็นหน้าเฉยๆ ก็นึกว่าไม่มีอะไร

ที่ไหนได้เพื่อนสนิทเราทำตัวเป็น "ไปรษณีษ์กามเทพ" เล่นเอาจดหมายของหนุ่มข้างบ้านมาให้ มีข้อความแบบนี้

"เธอๆ เราแอบชอบเธอนะ เห็นทุกวัน อยากจีบ แต่ไม่กล้า ขอส่งจดหมายแบบนี้ไปก่อนได้ไหม"

โอ้ยยยย ฟิ นา เล่ คร้าา มีคนจีบแล้วจ้าา
อีแม่ ข้อยขายออกแล้วเด้...

เราก็วางมาดถาม TM เพื่อนของเรา
ยัยต้ม : เฮ้ยแกร จดหมายของใครน่ะ
TM : คนข้างบ้านฉันเอง
ยันต้ม : ส่งมาเพื่อ???
TM : มันบอกชอบแกไง เห็นปั่นจักรยานมาหาเราทุกวัน บอกน่ารักดี แต่ไม่กล้าจีบ เลยฝากส่งจดหมายแทน

( เอ่อดีนะเห็นเพื่อนฉันเป็นบุรุษไปรษณีย์ อยากจีบทำไมไม่หาเราตรงๆนะ ทำเป็นหนุ่มสาวสมัยคู่กรรมไปได้)

แล้วทีนี้มันก็ส่งต่อมาอีกหลายฉบับ ประมาณว่าแอบมองทุกวัน แต่ไม่กล้า จนกระทั่งวันหนึ่งมันเกิดเรื่องขึ้น

เย็นนั้นกลับจากโรงเรียน ถึงบ้านปุ๊บ ป้า P รีบนำดอกกุหลาบช่อใหญ่ มายื่นให้
ป้า p : เอ้า เอาไปดอกไม้ของแก
ยัยต้ม : จำได้ไหมใครเอามาให้
ป้า p : จำไม่ได้ ของแกก็รับไปสิ

ฟิ นา เล่ รอบสองจร้าาา

เอาแล้วๆ มีหนูมาติดกับ

กรี๊ดกร๊าดมาก วิ่งไปหาแม่ บอกว่าเนี่ยมีคนส่งดอกไม้มาจีบหนูด้วย แล้วก็รีบโทรไปหาเพื่อนสนิทบอกว่า ฝากขอบใจเขาด้วยนะ อุตส่าห์เอาดอกไม้มาให้ อุ้ย เขิลลล

ดีใจได้แค่หนึ่งคืน วันรุ่งขึ้น ก็พบความจริงว่า
ดอกไม้ช่อนั้นเป็นของพี่ชายที่เป็นนักร้องในผับ แล้วมันมีสาวๆแฟนคลับ แอบเอาดอกไม้มาฝากป้า แต่แม่สาวพวกนั้นมันเป็นเพื่อนฉันที่โรงเรียนไง ครั้นจะพูดตรงๆว่าให้พี่ชายก็แลดูกระดาก เลยอ้างว่า ฝากให้ฉัน ไม่กล้าพูดความจริงว่าจะให้พี่ชาย

 ป้าฉันก็พาซื่อ รับดอกไม้ แล้วมอบให้ (ก็ดี ในโลกนี้ มันมีผู้หญิง ให้ช่อดอกไม้ผู้หญิง ด้วยกันเองได้รึ เฮ้อ) แต่ความอลเวงยังไม่จบเพียงเท่านี้

มาติดตามตอนหน้าค่ะ ว่าสรุปไอ้หนุ่มคนนั้น มันจะสานต่อกับฉันอย่างไร