วิชาแรกที่จำแม่นเลยนั่นคือวิชาภาษาไทย เราได้หนังสือเล่มสีสันสวยงาม มีตัวละคร ที่ผูกแกละ 2 ข้างชื่อมานี มีพี่ชายชื่อมานะ และก็มีเพื่อนรัก เป็นเด็ก ผมสั้นเท่าติ่งหู นุ่งผ้าถุงชื่อชูใจ พร้อมเหล่าก๊วนมิตรสหายเช่นปิติ วีระ เข้ามารวมกลุ่มแก๊ง โดยบทแรกได้กล่าวถึงมานีและมานะได้อาบน้ำแต่งตัวแปรงฟันเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน
หนังสือซีรีส์ชุดมานะมานีปิติชูใจนี้ เป็นแบบเรียนภาษาไทย สำหรับเด็กชั้นปอหนึ่งถึงปอหก ซึ่งเรียนกันมาตั้งแต่รุ่น gen x จนถึง gen y บางรุ่นก็ยังได้เรียน ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นแบบเรียนเรื่องแก้วกับกล้า ที่เด็ก gen y รุ่นหลังหลังจะได้เจอ แต่ในความรู้สึกของเรารู้สึกว่า series มานีมานะปิติชูใจ มันให้ความอิ่มเอมและอรรถรสในการอ่านหนังสือเรียนมากกว่า จึงกลายเป็นซีรีย์ที่อยู่ในใจของทุกๆคน นี่ยังแอบคิดเลยนะทำไมเขาไม่เอามาทำเป็นละครนะ
ส่วน งานประดิษฐ์ จะเป็นวิชาที่การบ้านเยอะที่สุด เพราะตอนที่เรายังเล็กๆ จะให้มานั่ง บวกลบคูณหารคณิตศาสตร์ หรือเรียงความภาษาไทยเป็นนานๆคงไม่ไหว วิชาที่ยุ่งยุ่งก็มีการเพาะถั่วเขียว ทำภาพปะติด จากกระดาษนิตยสาร ซึ่งจำได้ว่าโส้ยโกวช่วยทำส่งครู
นอกจากวิชาภาษาไทยกับงานประดิษฐ์แล้ว ยังเจอกับวิชาภาษาอังกฤษ ในความรู้สึกเด็กปอ 1 มันมึนมาก...
เพราะ...
(เริ่มคาบเรียน นักเรียนนั่งรอครู)
ครูอังกฤษ : ครูมาแล้วค่ะ นักเรียนคะ Stand up please
นักเรียน : (เงียบกริบ) อ่ะ ครูจะบอกให้นะคะ Stand up please แปลว่าลุกขึ้นค่ะ
ครูอังกฤษ : ต่อไปนี้ต้องลุกขึ้นยืนค่ะ เอ้ายืน
นักเรียน : (มองหน้าเหรอหรา และยืนตัวตรง) ...
ครูอังกฤษ : เอาล่ะ หัวหน้าชั้น คนไหนคะ
นักเรียนหญิงคนหนึ่ง : ไม่มีค่ะครู ครูประจำชั้นยังไม่ได้ตั้งหัวหน้าห้อง
ครูอังกฤษ : งั้นเอาแบบนี้ เพื่อนคนนี้ (ครูจับที่ตัวเด็กแว่น หน้าห้อง) ให้เป็นคนบอกทำความเคารพครูแล้วกันนะคะ
นักเรียนแว่น : ทุกคนยืนขึ้น
ครูอังกฤษ : โอ๊ะๆ ม่ายช่ายค่ะ Stand up please
นักเรียนแว่น : สะแตน อั้พ พิษ
ครูอังกฤษ : สะแตน อั้พ พลีสสสสสส แปลว่า กรุณา ลุกขึ้น เขียนแบบนี้นะค้าาา ออกเสียงตามทั้งห้องสิ
นักเรียน : สะแตน อัพ พลีสสสสสสส
ครูอังกฤษ : เอ้า เธอน่ะ พูดใหม่ Stand up please.
นักเรียนแว่น : ครูครับ ตอนนี้พวกผม ยืนอยู่ แล้ว ทำไม ต้องบอกให้เพื่อน ยืน อีกละครับ
ครูอังกฤษ : โอ๊ะ แหม่ เธอนี่หัวดีจริง งั้น sit down
นักเรียน : ครูคะ นั่งได้รึยังคะ
ครูอังกฤษ : นั่งได้เลย sit down แปลว่า นั่งลงจ๊ะ
นักเรียน : นั่งลงอย่างเชื่องๆ
ครูอังกฤษ : เราน่ะ พูดใหม่
นักเรียนแว่น : Stand up please.... (เพื่อนเริ่มยืนพร้อมกันทั้งห้อง) Sit down นั่งลงจ๊ะ (เพื่อนนั่งตาม)
ครูอังกฤษ : โอ๊ะๆ ม่ายช่ายค่ะ ๆ Sit down น่ะ ครูจะพูดเอง เธอพูดใหม่ซิ
นักเรียนแว่น : Stand up please (เพื่อนๆยืนตาม) ครูครับ พูดคำว่า sit down สิ พวกผมจะได้นั่ง
ครูอังกฤษ : โอ้ยยยยย ชั้นจะทำอย่างไงกับเธอดีเนี่ย คือ ครู จะตัดสินใจเอง ว่าจะให้เธอ นั่ง หรือ ไม่นั่ง
เธอชื่อ อะไร
นักเรียนแว่น : หมู ครับ (เพื่อนเริ่ม หัวเราะ)
ครูอังกฤษ : ชื่อจริงสิค้าาาา
นักเรียนแว่น : ฉัตรชัยครับ
ครูอังกฤษ : ฉัตรชัยนะ เอ้า นักเรียน sit down ค่ะ
นักเรียนจึงนั่งพร้อมกันทั้งห้อง
ครูอังกฤษ : ว้าย หมดไปครึ่งคาบแล้ว ยังไม่ได้สอนอะไรเล้ย มาเขียนวันที่ภาษาอังกฤษดีกว่าจ๊ะ หยิบสมุดปกอ่อนขึ้นมา ....
และแล้วสรุปว่าวันนั้น ไม่ได้เรียนอะไรนอกจาก
Stand up please กับ sit down เลย
จนใกล้หมดคาบ
ครูอังกฤษ : เวลาครูจะไปแล้ว ให้นักเรียนพูดว่า Thank you teacher see you later. (ครูเขียนประโยคนี้บนกระดาน) เอ้า พูดตามสิ
นักเรียน : Thank you teacher see you later.
เมื่อครูอังกฤษ ออกไป
ครูวิชาอื่นเข้ามา
ฉัตรชัย : Stand up please!!!
นักเรียน : (พึมพำ) ตกลงนี่เราต้องลุกขึ้นทุกคาบเลยเหรอวะ
นอกจากวิชาเรียนแล้ว เรื่องขนม กับการละเล่นในวัยเด็ก เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ขนมยอดฮิตที่เราจำได้มียำยำช้างน้อย ปีโป้ จอลลี่โคล่า และจะมี ร้านขาย โค้กกับเป๊ปซี่แก้วละบาท ไอติมหลอด เสียบไม้ที่เขาเขย่ากันหน้าโรงเรียน ซึ่งเราไม่เคยกินได้สำเร็จเลย เพราะว่าลุงแกเขย่าไม่ทันไอติมไม่แข็งเป็นแท่งสักทีเด็กเหมากินหมด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น