วันอังคารที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2560

เรืองเล่าสาว Gen Y #4 วิชาเรียนตอนประถม

วิชาแรกที่จำแม่นเลยนั่นคือวิชาภาษาไทย เราได้หนังสือเล่มสีสันสวยงาม มีตัวละคร ที่ผูกแกละ 2 ข้างชื่อมานี มีพี่ชายชื่อมานะ และก็มีเพื่อนรัก เป็นเด็ก ผมสั้นเท่าติ่งหู นุ่งผ้าถุงชื่อชูใจ พร้อมเหล่าก๊วนมิตรสหายเช่นปิติ วีระ เข้ามารวมกลุ่มแก๊ง โดยบทแรกได้กล่าวถึงมานีและมานะได้อาบน้ำแต่งตัวแปรงฟันเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน

หนังสือซีรีส์ชุดมานะมานีปิติชูใจนี้ เป็นแบบเรียนภาษาไทย สำหรับเด็กชั้นปอหนึ่งถึงปอหก ซึ่งเรียนกันมาตั้งแต่รุ่น gen x จนถึง gen y บางรุ่นก็ยังได้เรียน ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นแบบเรียนเรื่องแก้วกับกล้า ที่เด็ก gen y รุ่นหลังหลังจะได้เจอ แต่ในความรู้สึกของเรารู้สึกว่า series มานีมานะปิติชูใจ มันให้ความอิ่มเอมและอรรถรสในการอ่านหนังสือเรียนมากกว่า จึงกลายเป็นซีรีย์ที่อยู่ในใจของทุกๆคน นี่ยังแอบคิดเลยนะทำไมเขาไม่เอามาทำเป็นละครนะ

ส่วน งานประดิษฐ์ จะเป็นวิชาที่การบ้านเยอะที่สุด เพราะตอนที่เรายังเล็กๆ จะให้มานั่ง บวกลบคูณหารคณิตศาสตร์ หรือเรียงความภาษาไทยเป็นนานๆคงไม่ไหว วิชาที่ยุ่งยุ่งก็มีการเพาะถั่วเขียว ทำภาพปะติด จากกระดาษนิตยสาร ซึ่งจำได้ว่าโส้ยโกวช่วยทำส่งครู

นอกจากวิชาภาษาไทยกับงานประดิษฐ์แล้ว ยังเจอกับวิชาภาษาอังกฤษ ในความรู้สึกเด็กปอ 1 มันมึนมาก...
เพราะ...

(เริ่มคาบเรียน นักเรียนนั่งรอครู)
ครูอังกฤษ : ครูมาแล้วค่ะ นักเรียนคะ Stand up please
นักเรียน : (เงียบกริบ) อ่ะ ครูจะบอกให้นะคะ Stand up please แปลว่าลุกขึ้นค่ะ

ครูอังกฤษ : ต่อไปนี้ต้องลุกขึ้นยืนค่ะ เอ้ายืน

นักเรียน : (มองหน้าเหรอหรา และยืนตัวตรง) ...

ครูอังกฤษ : เอาล่ะ หัวหน้าชั้น คนไหนคะ

นักเรียนหญิงคนหนึ่ง : ไม่มีค่ะครู ครูประจำชั้นยังไม่ได้ตั้งหัวหน้าห้อง

ครูอังกฤษ : งั้นเอาแบบนี้ เพื่อนคนนี้ (ครูจับที่ตัวเด็กแว่น หน้าห้อง) ให้เป็นคนบอกทำความเคารพครูแล้วกันนะคะ

นักเรียนแว่น : ทุกคนยืนขึ้น

ครูอังกฤษ : โอ๊ะๆ ม่ายช่ายค่ะ Stand up please

นักเรียนแว่น : สะแตน อั้พ พิษ

ครูอังกฤษ : สะแตน อั้พ พลีสสสสสส แปลว่า กรุณา ลุกขึ้น เขียนแบบนี้นะค้าาา ออกเสียงตามทั้งห้องสิ

นักเรียน : สะแตน อัพ พลีสสสสสสส

ครูอังกฤษ : เอ้า เธอน่ะ พูดใหม่ Stand up please.

นักเรียนแว่น : ครูครับ ตอนนี้พวกผม ยืนอยู่ แล้ว ทำไม ต้องบอกให้เพื่อน ยืน อีกละครับ

ครูอังกฤษ : โอ๊ะ แหม่ เธอนี่หัวดีจริง งั้น sit down

นักเรียน : ครูคะ นั่งได้รึยังคะ

ครูอังกฤษ : นั่งได้เลย sit down แปลว่า นั่งลงจ๊ะ

นักเรียน : นั่งลงอย่างเชื่องๆ

ครูอังกฤษ : เราน่ะ พูดใหม่

นักเรียนแว่น : Stand up please....  (เพื่อนเริ่มยืนพร้อมกันทั้งห้อง) Sit down นั่งลงจ๊ะ  (เพื่อนนั่งตาม)

ครูอังกฤษ : โอ๊ะๆ ม่ายช่ายค่ะ ๆ Sit down น่ะ ครูจะพูดเอง เธอพูดใหม่ซิ

นักเรียนแว่น : Stand up please (เพื่อนๆยืนตาม) ครูครับ พูดคำว่า sit down สิ พวกผมจะได้นั่ง

ครูอังกฤษ : โอ้ยยยยย ชั้นจะทำอย่างไงกับเธอดีเนี่ย คือ ครู จะตัดสินใจเอง ว่าจะให้เธอ นั่ง หรือ ไม่นั่ง
เธอชื่อ อะไร

นักเรียนแว่น : หมู ครับ (เพื่อนเริ่ม หัวเราะ)

ครูอังกฤษ : ชื่อจริงสิค้าาาา

นักเรียนแว่น : ฉัตรชัยครับ

ครูอังกฤษ : ฉัตรชัยนะ เอ้า นักเรียน sit down ค่ะ

นักเรียนจึงนั่งพร้อมกันทั้งห้อง

ครูอังกฤษ : ว้าย หมดไปครึ่งคาบแล้ว ยังไม่ได้สอนอะไรเล้ย มาเขียนวันที่ภาษาอังกฤษดีกว่าจ๊ะ หยิบสมุดปกอ่อนขึ้นมา ....

และแล้วสรุปว่าวันนั้น ไม่ได้เรียนอะไรนอกจาก

Stand up please กับ sit down เลย

จนใกล้หมดคาบ

ครูอังกฤษ : เวลาครูจะไปแล้ว ให้นักเรียนพูดว่า Thank you teacher see you later. (ครูเขียนประโยคนี้บนกระดาน) เอ้า พูดตามสิ

นักเรียน : Thank you teacher see you later.

เมื่อครูอังกฤษ ออกไป

ครูวิชาอื่นเข้ามา

ฉัตรชัย : Stand up please!!!

นักเรียน : (พึมพำ) ตกลงนี่เราต้องลุกขึ้นทุกคาบเลยเหรอวะ

นอกจากวิชาเรียนแล้ว เรื่องขนม กับการละเล่นในวัยเด็ก เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ขนมยอดฮิตที่เราจำได้มียำยำช้างน้อย ปีโป้ จอลลี่โคล่า และจะมี ร้านขาย โค้กกับเป๊ปซี่แก้วละบาท ไอติมหลอด เสียบไม้ที่เขาเขย่ากันหน้าโรงเรียน ซึ่งเราไม่เคยกินได้สำเร็จเลย เพราะว่าลุงแกเขย่าไม่ทันไอติมไม่แข็งเป็นแท่งสักทีเด็กเหมากินหมด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น