ตัดข้ามช็อตมาที่พ่อกับแม่ ได้แต่งงาน และมีเราเป็นลูกสาวตัวน้อยของท่าน ในตอนนั้นท่านยังสร้างตัวอยู่ จึงได้พากันย้ายมาอยู่ที่ บ้านย่าพลอย
(ขยายความตรงนี้นิดนึงนะ บ้านย่าพลอยนี่ ปัจจุบันไม่มีแล้ว เพราะเก่ามากจึงต้องขายไม้บนตัวเรือนทิ้ง ที่ตั้งของบ้านย่าพลอย อยู่ใกล้กับจุดบรรจบกันของแม่น้ำทั้ง 4 สาย ปิงวังยมน่าน ก่อนที่จะกำเนิดเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา)
ถามว่าเราจำอะไรตอนช่วงแรกเกิดได้ไหม ตอบเลยว่าจำไม่ได้หรอกมีแต่ผู้ใหญ่เขาเล่าให้ฟัง
เช่น ตอนเล่นกับอาม่า เราดิ้นแรงไปหน่อย ถีบเข้าป่าพม่าจนแก่ฟันหัก ซื้อบ้านอยู่ใกล้แม่น้ำมากแต่ก็กลัวน้ำมากเช่นเดียวกัน จะร้องเอะอะโวยวายทันทุกที เวลาที่ขึ้นเรือหรือลงแพ คิดถึงตอนนั้นแล้วก็ขำ
ต่อมาภายหลัง พ่อกับแม่เปิดร้านขายของชำ พวกเราจึงย้ายกันไปอยู่ที่หน้าวัด ในตัวตลาด โดยร้านขายของชำนี้คุณตาเป็นคนมอบให้ เพื่อให้ เป็นเรือนหอและที่ลงหลักปักฐานของลูกๆ ลืมบอกไปว่าคุณตาเราเปิดโรงพิมพ์ฐานะทางบ้าน ฝังแม่จึงดีกว่าฝั่งพ่อ
บ้านใหม่ที่ขายของชำนี้ ด้านหน้า เหมือนอาคารพาณิชย์ที่ขายของ แต่ด้านในส่วนที่พัก คุณตานำไม้โบราณมาประกอบเป็นตัวเรือนบ้าน และที่เด็ดสุด นั่นก็คือตรงกลางบ้านมีเสาตกน้ำมันอยู่ต้นหนึ่ง ซึ่งใครๆก็รู้ว่า เจ้าเสาตกน้ำมันต้นนี้เฮี้ยนมากกกกก
บางครั้งกลางดึกพี่เลี้ยงก็เห็นรถของเล่นวิ่งไปมา เสียงระงมร่ำไห้จะตัวเสาร์ หรือ ต้องเปลี่ยนพี่เลี้ยงบ่อยๆ เพราะทนอยู่ กับสิ่งเร้นลับ ใน บ้านนี้ไม่ไหว
จนเพราะรำคาญ จึง ไปเช่าบูชามีดหลวงพ่อเดิม มาปักที่ตัวสาว เหตุการณ์ถึงได้สงบลง
ส่วนเราเองก็เติบโตมากับบ้านขายของชำ จำได้ตอนเล็กๆ ว่าเราชื่นชอบการเปิดปิดตู้ ที่ขายของมากๆ ถึงขนาด เลื่อนเปิดปิดตู้กระจกนับสิบรอบ จนพี่เลี้ยงต้องรีบเข้ามาห้ามเพราะกลัวมันแตก แต่เรา ก็เถียงกลับว่า ตู้เขามีไว้ให้เปิดกับปิดนี่
บางครั้ง เราชอบอ่านหนังสือพิมพ์ อยู่หน้าร้าน แล้วมีเด็กและน้าแถวบ้านมาซื้อขนมพอดี
แม่เด็ก : (ตบหัวลูก) เป็นไง เห็นไหม น้องตัวแค่นี้ อ่านหนังสือออกเสียงเป็นตัวแล้ว
เด็ก : โถ่แม่ กำลัง เลือกขนมอยู่ เลือกไม่ถูกเลย
แม่เด็ก : (หันมาคุยกับแม่เรา) ลูกสาวคุณเก่งจังเลยนะคะ อายุเท่าไหร่แล้วค่ะหนูอ่านหนังสือเป็นตัวแล้ว
คุณนายต้อย : น้องอายุ 4 ขวบค่ะ ( แม่ยิ้มหน้าบาน)
แม่เด็ก : (ทำหน้าประหลาดใจ) งั้นเหรอคะน้องเก่งจังเลย นี่ค่ะเงิน 5 บาท ( หันมาหาลูกตัวเอง) รีบกลับบ้านไปอ่านหนังสือเลยนะมึง อายน้องนุ่งเค้ามั้ย
เมื่อสองแม่ลูกเดินคล้อยหลังจากไปแล้ว แม่เรา หรือที่ชอบเรียกว่าคุณนายต้อย ก็หันมาพินิจว่าลูกสาวอ่านหนังสือได้ยังไงกันอนุบาล 1 ก็ยังเรียนไม่จบเลย
และคุณนายก็มาถึงบางอ้อว่าที่ลูกอ่านหนังสือนะ มันเป็นหนังสือพิมพ์กลับหัว
นั่นละฮะท่านผู้ชม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น